ภาษาไทย | English
เข้าสู่ระบบ!! สมัครสมาชิก บทความ


สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 02/05/2550
ปรับปรุงเวบเมื่อ 23/07/2557
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 168


หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (168)
พลตำรวจโท สรรเพชญ ธรรมาธิกุล
ขุนพันธรักษ์ราชเดช
จตุคามรามเทพ
คาถาบูชา องค์พ่อจตุคามรามเทพ
จุดพิจารณา "เก๊ - แท้" จตุคามฯบางรุ่น
ของเก่า(Antique) / เครื่องลายคราม(Porcelain)
เหรียญ พระพุทธ /พระกริ่ง /เกจิอาจารย์, รูปหล่อเกจิ
พระบูชา
พระเครื่อง
เหรียญ/พระเครื่อง/รูปหล่อรัชกาลที่ 5, รัชการที่ 9



สินค้า/บริการ แนะนํา...
พระพุทธสิหิงค์ รุ่น "มหาจักรพรรดิ" นามปีศรีธรรมราช ปีวอก
ราคา 800.00 บ.
พระพุทธสิหิงค์ รุ่น "มหาจักรพรรดิ" นามปีศรีธรรมราช ปีกุล
ราคา 800.00 บ.
เหรียญอาจารย์ทอง วัดเขาเป้าเจ้ พัทลุง
ราคา 1,200.00 บ.
เหรียญบาท สมัยรัชการที่ 5
ราคา 800.00 บ.
ดวงตราสุริยัน-จันทรา-ราหูจร รุ่นมั่งมีศรีสุข
ราคา 8,000.00 บ.
เจ้าสัวยุค 8 เนื้อก้นครกลายเสือ
ราคา 400.00 บ.
พระผง สุริยัน รุ่น 2  เนื้อขาว
ราคา 1,800.00 บ.
โคตรเศรษฐีมีกำไร เนื้อมหาว่าน 108 ปี+ลูกแถม 1 ลูก ขนาด3.0 ซม
ราคา 400.00 บ.
ปาฏิหาริย์ ราชันดำ เนื้อกระเบื้องเคลือบเขียว
ราคา 1,200.00 บ.
มหามงคล พระทันตธาตุ 84000 องค์ที่ 2
ราคา 3,200.00 บ.
พระผงปิดตาพังพระกาฬ พิมพ์เล็ก วัดพุทไธศวรรย์ องค์ที่ 2
ราคา 1,500.00 บ.
ขวดยานัตถุ์ เคลือบเขียว ขวดที่ 1
โทรสอบถาม / please inquire
ชาม กระเบื้องเคลือบ
โทรสอบถาม / please inquire
 

บริการของร้านค้า
วิธีการชําระเงิน

จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ



แบบสอบถามออนไลน์
ท่านชอบสะสมประเภทใด
พระใหม่
พระเก่า
พระกรุ
พระเนื้อดิน
พระเนื้อชิน
พระเนื้อผง
พระเกจิ
จตุคามรามเทพ
ตระกรุด
เครื่องราง ของขลัง



images by free.in.th
บทความ
เครื่องลายครามของประเทศจีน (อ่าน 6330/ตอบ 0)

 

  
A blue and white Willow pattern plate

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาพด้านบนเป็นเพียงภาพตัวอย่างเท่านั้น (Two above pictures are only sample.)

 

ประวัติเครื่องลายครามจีน ที่พบในประเทศไทย

 

เครื่องถ้วยเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์อย่างหนึ่ง ที่สามารถนำมาใช้ในทางการศึกษาทั้งทาง ศิลปะ วัฒนธรรม ศาสนา ขนบธรรมเนียมประเพณี ตลอดจนความเชื่อต่าง ๆทั้งในทวีปยุโรปและเอเชีย ซึ่งรวมทั้งเครื่องสังคโลกของไทยด้วย  เครื่องถ้วยจีนเป็นเครื่องถ้วยที่มีรูปทรงและลวดลายที่สวยงามแปลกตา เป็นเอกลักษณ์ของตนเองและมีคุณภาพสูงกว่าเครื่องถ้วยอื่น ๆ  ทั่วไปจึงทำให้ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง จากลูกค้าทั่วทุกมุมโลก สำหรบในประเทศไทยจากการสำรวจและขุดค้นทางโบราณคดี ได้พบเครื่องถ้วยจีนกระจัดกระจายอยู่ตามแหล่งโบราณคดีที่เคยเป็นเมืองท่าค้าขายและเมืองสำคัญต่าง ๆ ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ

เครื่องถ้วยที่พบแบ่งออกกว้าง ๆ ได้เป็น ๖ สมัยคือ

          ๑. ปลายสมัยราชวงศ์ถัง - สมัยห้าราชวงศ์ (ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๕ - พ.ศ. ๑๕๐๓) 

          ๒. สมัยราชวงศ์ซุ่ง ภาคเหนือ (พ.ศ. ๑๕๐๓ - ๑๖๗๐) 

          ๓. สมัยราชวงศ์ซุ่ง ภาคใต้ (พ.ศ. ๑๖๗๐ - ๑๘๒๒) 

          ๔. สมัยราชวงศ์หยวน (พ.ศ. ๑๘๒๒ - ๑๙๑๑)        

  ๕. สมัยราชวงศ์หมิง (พ.ศ. ๑๓๑๑ - ๒๑๘๗) 

          ๖. สมัยราชวงศ์ชิง (พ.ศ. ๒๑๘๗ - ๒๔๕๔)

        เครื่องถ้วยจีน ที่มีความสำคัญที่สุดกลุ่มหนึ่ง ได้แก่ เครื่องถ้วยประเภทเขียนสีน้ำเงิน หรือสีครามใต้เคลือบึ่งเรียกกันโดยทั่วไปว่าเครื่องลายคราม

ทั้งนี้เนื่องจากเครื่องลายครามจีนมักได้รับการกำหนดอายุไว้ โดยอาศัยการศึกษาเทียบเคียงทางด้านรูปทรง  ลวดลาย เนื้อดิน น้ำเคลือบตลอดจน เทคนิคในการผลิต นอกจากนั้นเครื่องลายครามหลายชิ้นยังมีการจารึกสมัยหรือปีรัชกาลที่ผลิตขึ้น ซึ่งทำให้เราสามารถกำหนดอายุเครื่องถ้วยลายครามประเภทต่าง ๆ ได้อย่างค่อนข้างแน่นอนกว่าเครื่องถ้วยประเภทอื่น ๆ  การกำหนดอายุแหล่งโบราณคดี โบราณสถาน หรือโบราณวัตถุ ที่ขุดค้นได้

ในทางโบราณคดี นอกจากจะใช้วิธีทางวิทยาศาสตร์แล้วเรายังต้องอาศัยเครื่องลายครามจีนมาช่วยพิจารณาเพื่อให้ได้ค่าอายุสมัยที่แน่นอนในอีกทางหนึ่งด้วย ในกรณีที่พบโบราณวัตถุและเครื่องลายครามนั้นร่วมอยู่ด้วยกัน

        เครื่องลายครามเริ่มมีการผลิตเป็นครั้งแรกในสมัยราชวงศ์หยวนของจีน หรือประมาณปลายพระพุทธศตวรรษที่ ๑๙ โดยมีแหล่งผลิตสำคัญ

ที่เมืองจิ่งเต๋อจิ้น มณฑลเจียงซี เครื่องลายครามจีนสมัยราชวงศ์หยวนที่พบในประเทศไทย ส่วนใหญ่จะพบในแหล่งชุมชนโบราณที่มีอายุในสมัยสุโขทัย ล้านนา และอยุธยาตอนจ้น ในระยะแรก ๆ นั้น เครื่องลายครามคงถือเป็นของหายากและมีความสำคัญมากอย่างหนึ่ง ดังเห็นได้จากการที่มีการนำเอาเครื่องลายครามบรรจุลงในกรุเจดีย์หรือปรางค์ร่วมกับทรัพย์สินเงินทองและสิ่งของมีค่าอื่น ๆ ตามคติความเชื่อในเรื่องของการถวายสิ่งของมีค่าเพื่อเป็นพุทธบูชา เช่นที่พบในกรุเจดีย์วัดพรายหลวง จังหวัดสุโขทัย ที่เวียงท่ากาน จังหวัดเชียงใหม่ ที่วัดพระธาตุหริภุญไชย จังหวัดลำพูน และที่วัดมหาธาตุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น ซึ่งเชื่อกันว่าเครื่องลายครามดังกล่าวถูกส่งเข้ามาเป็นเครื่องบรรณาการแด่ผู้ที่มีอำนาจในดินแดนเหล่านั้น และการใช้เครื่องลายครามในสมัยนี้คงจะจำกัดอยู่เฉพาะพวกชนชั้นปกครอง หรือคหบดีผู้มั่งคั่งมากว่าจะเป็นข้าวของเครื่องใช้ประจำวันสำหรับสามัญชนทั่วไป

        ราวพุทธศตวรรษที่ ๒๑ - ๒๒ ในสมัยอยุธยาตอนกลาง หรือตรงกับช่วงสมัยราชวงศ์หมิงของจีน ตลาดการค้าเครื่องถ้วยได้ขยายตัวมาทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างกว้างขวางเครื่องลายครามจีนได้ถูกผลิตขึ้นจากหลายแหล่งเตาในหลายมณฑล เช่นที่ เจียงซี ฟูเจี้ยน และกวางตง รวมทั้งคุณภาพของเครื่องถ้วยมีหลายระดับ เนื่องจากมีการผลิตในลักษณะ MASS PRODUCT เพื่อการส่งออกโยเฉพาะ ซึ่งทำให้เครื่องลายครามที่ถูกส่งเข้ามามีปริมาณมากและมีราคาต่ำพอที่คนทั่วไปจะหาซื้อมาเป็นสมบัติของตนเองได้ ดังนั้นความนิยมในเครื่องลายครามจากประเทศจีนจึงได้เริ่มแพร่หลายไปสู่ชาวบ้านธรรมดามากขึ้น ซึ่งสามารถพบเครื่องลายครามที่มีอายุอยู่ในช่วงดังกล่าวนี้อยู่กระจัดกระจายทั่วไป โดยเฉพาะในแหล่งที่เป็นเมืองท่าและเมืองที่มีความสำคัญต่าง ๆ ในสมัยอยุธยา สุพรรณบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ฯลฯ บริเวณเมืองชายฝั่งทะเลทั้งทางภาคใต้ เช่นสุราษฎร์ธานี ปัตตานี และภาคตะวันออกเช่น ชลบุรี จันทบุรี ตราด เป็นต้น

          นอกเหนือจากการนำเป็นเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันแล้ว ในตอนปลายของสมัยอยุธยายังมีการนำเศษกระเบื้องลายครามที่ชำรุดเสียหายมาประดับแต่งอาคารสถาปัตยกรรม เช่นพระราชวังและวัดวาอารามต่าง ๆ และกลายมาเป็นความนิยมอย่างมากในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องจากพระองค์ทรงมีความสนพระทัยในศิลปจีนเป็นพิเศษอยู่แล้ว สิ่งก่อสร้างในรัชกาลนี้มักได้รับการประดับประดาตกแต่งอย่างวิจิตรด้วยเศษกระเบื้องถ้วยชามและแผ่นกระเบื้องเคลือบที่มีการสั่งทำเป็นพิเศษ เพื่อใช้ในการตกแต่งอาคารสถาปัตยกรรมโดยเฉพาะ เช่นที่ พระปรางค์วัดอรุณราชวราราม รวมทั้งพระอุโบสถพระวิหารต่าง ๆ ที่สร้างขึ้นในช่วงนี้ ความนิยมตามประเพณีราชนิยมนี้ ยังได้แพร่หลายออกไปตามหัวเมืองต่าง ๆ อย่างกว้างขวางอีกด้วย

          ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เครื่องลายครามจีนนอกจากจะเป็นเครื่องใช้ที่รู้จักกันทั่วไปแล้ว ความนิยมของเครื่องลายครามในรูปของศิลปวัตถุหรือของสะสมเพื่อใช้ประดับตกแต่งยังนับว่าเฟื่องฟูเป็นอันมาก ได้มีการออกแบบและสั่งทำเครื่องลายครามให้มีลักษณะรูปทรงและลวดลายต่าง ๆ มากมาย เครื่องลายครามจีนจำนวนไม่น้อยได้รับการออกแบบเป็นลวดลายไทยเป็นต้นว่า ลายพุ่มข้าวบิณฑ์ ลายเทพนม ตลอดจนลายกนกต่าง ๆ ส่วนประเภทของเครื่องลายครามส่วนใหญ่จะได้แก่เครื่องใช้ประดับฐานะ จำพวกกาน้ำชาชุดชา ชามฝา กระปุก กระโถนค่อม กระโถนปากแตร กระถางต้นไม้ แจกัน เป็นต้น เครื่องลายครามกลุ่มนี้มักเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อของ "เครื่องกังไส"ในสมัยนี้ยังได้มีการจัดประกวดเครื่องลายครามในชุดเครื่องโต๊ะขึ้นหลายครั้ง รวมทั้งมีการแต่งตำราว่าด้วย เครื่องโต๊ะ และ ถ้วยปั้น และมีการตราพระราชบัญญัติเพื่อการนี้ไว้โดยเฉพาะอีกด้วย

          นอกจากเครื่องลายครามชนิดคุณภาพดีซึ่งสั่งเข้ามาเป็นพิเศษแล้ว ยังมีเครื่องถ้วยอีกกลุ่มหนึ่งที่เรียกว่า "คิทเช่น ชิง" (KITCHEN CHING) เป็นเครื่องถ้วยคุณภาพต่ำในสมัยราชวงศ์ชิงของจีน ส่วนใหญ่เป็นถ้วยชามรามไหสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน เครื่องถ้วยกลุ่มนี้จะตกแต่งลวดลายอย่างง่าย ๆ โดยมากใช้วิธีพิมพ์ลายเพื่อให้ได้ปริมาณคราวละมาก ๆและเป็นที่น่าสังเกตว่า เครื่องถ้วยกลุ่มดังกล่าวนี้จะพบมากบริเวณเมืองริมฝั่งทะเลทั้งฝั่งทะเลภาคใต้ และภาคตะวันออกของประเทศไทย ส่วนในต่างประเทศที่พบ คือ ประเทศ มาเลเซียอินโดนิเซีย และ ฟิลิปปินส์ เป็นต้น

          เครื่องถ้วยทั้งสองกลุ่มดังกล่าวมานี้ ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในปัจจุบันส่วนใหญ่พบว่า ได้ถูกเก็บรักษาไว้ตามวัดสำคัญต่าง ๆ ทั้งนี้อาจสืบเนื่องมาจากการที่ผู้นำมาถวายเป็นเครื่องใช้ แด่ภิกษุสงฆ์ที่มีสมณศักดิ์ชั้นสูงในสมัยนั้น และตกทอดมาจนถึงสมัยปัจจุบันก็เป็นได้

 


Add to Google Reader or Homepage

-----------------------------------------


www.puistore.com



© 2001-2010. TARAD.com. All Rights Reserved.